วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ต้อนรับเปิดเทอม

อัสลามุอาลัยกุม วะเราะมาตุลลอฮฺ วะบารอกาตุฮฺ
                ทราบมั้ยครับว่า ถ้าให้แข่งว่าเปิดเทอมนี้ปีนี้ ใครมาถึงโรงเรียนเป็นคนแรก จะมีใครเสนอตัวเองมั้ย ว่าแล้วก็ไม่มีคัยรู้เรื่องนี้แน่นอน แต่ยังงัยซะ คอลีก็ขอเฉลยเลยละกัน ว่าใครที่มาถึงโรงเรียนเป็นคนแรก
              จะเป็นใครไปได้ละครับ ก็น้องๆชั้นมัธยมปีที่หนึ่งนั่นซิครับ ที่ได้มาถึงโรงเรียนเป็นกลุ่มแรก เพราะน้องๆเค้าต้องเตรียมตัวปรับพื้นฐานทางภาษาทั้งมลายู อังกฤษ อาหรับ และไทย แถมด้วยอัล-กุรอานอีกด้วย ว่าแล้วไปดูบรรยากาศของวันนั้นกันดีกว่ามั้ย สาเหตุก็เพราะว่าน้องๆที่มาสมัคร(ใจ)มาเรียนนั้นมาจากหลายๆที่ พื้นฐานของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป จึงต้องมีการปรับพื้นฐานกันขนานใหญ่ อันที่จริงโรงเรียนไหนๆก็มีการปรับพื้นฐานเช่นเดียวกัน ส่วนน้องๆกลุ่มนี้เค้ามาอยู่ที่นี่เป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์คือตั้งแต่วันที่3-12พฤษภาคม2553 กินนอนที่นี่ ว่าแล้วเราไปชมภาพบรรยากาศในวันวานที่ผ่านมาดีมั้ยครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทำไม ต้องผินหน้าไปทางกะอฺบะฮฺ?

ตอบคำถามโดย เชค ยูสุฟ อัล -เกาะ เราะฏอวียฺ

อบู ชุเราะหฺบีล แปลและเรียบเรียง

คำถาม: อะไรคือความหมายของการ ผินหน้า(ในขณะละหมาด)ไปยังกะอฺบะฮฺ? ทำไมต้องเจาะจงกะอฺบะฮฺ?
ยูสุฟ อัล-เกาะเราะ ฏอวียฺ: เพราะว่ากะอฺบะฮฺเป็นบ้านของอัลลอฮฺ เป็นบ้านหลังแรกที่ถูกสร้างมาบนหน้าแผ่นดินนี้เพื่อแสดงการเคารพภักดีต่อพระ เจ้า นี่คือลักษณะพิเศษของบ้านหลังนี้ ซึ่งนบีอิบรอฮีมได้สร้างมันขึ้นมา และก่อนหน้าอิบรอฮีม อาดัมได้สร้างมันขั้นมา หรือมลาอีกะฮฺได้สร้างมันขึ้นมา ตามรายงานในเรื่องนี้ ดังนั้น มันคือบ้านหลังแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺในหน้าแผ่น ดิน[1]
จนถึงตอน นี้ได้มีงานวิจัยที่ เปิดเผยว่า จุดที่ตั้งของกะอฺบะฮฺเป็นจุดที่ตั้งในเชิงยุทธศาสตร์ หมายถึงมันเป็นจุดศูนย์กลางของโลก... คนทั่วไป นักภูมิศาสตร์ และนักวิจัยในศาสตร์ด้านนี้ต่างก็มีทรรศนะกันมากมายต่อเรื่องนี้ และพี่น้องของเรา คือดร.สัฆลูล อันนัจญาร[2]และ พี่น้องของเราอีกจำนวนมากต่างได้ศึกษาต่อประเด็นนี้ ถือว่ากะอบะฮฺนั้นมีลักษณะพิเศษคือดำรงอยู่ตรงกลางของผืนแผ่นดินนี้ ด้วยเหตุนี้ จึงปรากฏหลังจากเนื้อหาในสูเราะฮฺอัลบะเกาะเราะฮที่ว่า
سَيَقُولُ السُّفَهَاءُ مِنَ النَّاسِ مَا وَلَّاهُمْ عَنْ قِبْلَتِهِمُ الَّتِي كَانُوا عَلَيْهَا

قُلْ لِلَّهِ الْمَشْرِقُ وَالْمَغْرِبُ يَهْدِي مَنْ يَشَاءُ إِلَى صِرَاطٍ مُسْتَقِيمٍ บรรดาผู้โฉดเขลา ในหมู่มนุษย์นั้นจะกล่าวว่า อะไรเล่าที่ทำให้พวกเขาหันออกไปจาก “กิบ ละ ฮฺ” ของพวกเขา ที่พวกเขาเคยผินไป จงกล่าวเถิด(มุฮัมมัด) ว่าทิศตะวันออกและทิศตะวันตกนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้น พระองค์จะทรงแนะนำ ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ไปสู่ “วิถีทาง” อันเที่ยงตรง (อัลบะเกาะเราะฮฺ ๒: ๑๔๒)
ดังนั้น มันจึงหมายถึงการยืนหยัดบน “วิถีทาง” ด้วยเหตุนี้จึงปรากฏ(ในอัลกุ รอาน)ถัดไปว่า
وَكَذَلِكَ جَعَلْنَاكُمْ أُمَّةً وَسَطًا
และในทำนองเดียวกัน เราได้ให้พวกเจ้า เป็นประชาชาติสายกลาง … (อัลบะเกาะเราะฮฺ ๒: ๑๔๓)
ฉะนั้นกะ บะฮฺได้เสนอแนวคิด เรื่อง “ทางสายกลาง” (วะสะฏียะฮฺ) เสนอหลัการเอกภาพให้กับประชาชาติ ด้วยเหตุนี้เราจึงได้กล่าวอยู่เสมอว่า “ผู้คนแห่งกิบละฮฺ” (หมายถึงประชาชาติอิสลาม) ทุกคนที่ละหมาดไปยังกิบละฮฺของเรา และผินหน้าไปยังบ้านต้องห้ามในละหมาดของเขา จากทั้งตะวันออกหรือตะวันตก ไม่ว่าจากทวีปใดๆก็ตาม ตราบที่เขายังผินหน้าไปทางกิบละฮฺ ที่เป็นบ้านต้องห้าม เขาย่อมเป็นส่วนหนึ่งของเรา และเราเป็นส่วนหนึ่งของเขา เขาคือพี่น้องของเรา และเราคือพี่น้องของเขา เพราะว่าพวกเขาคือ “ผู้ คนแห่งกิบละฮฺ” (อะฮฺลุล กิบละฮฺ) นี่คือความ สำคัญของการผินหน้าไปยังบ้านอันยิ่งใหญ่หลังนี้[3]
--------------------------------------------
หมายเหตุของบรรณาธิการ
[1] กะอฺบะฮฺเป็นบ้านที่ นบีอิบรอฮีมได้ยืนละหมาด สถานที่นี้เป็นบ้านแห่งการสักการะที่แสดงถึงหลักการเตาฮีด ในทาง อุดมคติแล้วมุสลิมก็ควรยืนในจุดเดียวกับที่นบีอิบรอฮีมได้ยืน แต่เป็นไปไม่ได้ที่มุสลิมทุกคนจะกระทำเช่นนั้นได้ ดังนั้น อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาสามารถหันหน้าไปทางทิศที่นบีอิบรอฮีมยืนก็ถือว่าพอเพียงแล้ว

กำแพงทั้งสี่ด้านและหลังคากะ อฺบะฮฺมิใช่วัตถุบูชาดังการกล่าวหาของผู้ขาดความรู้ที่มิใช่มุสลิม ไม่มีผู้ละหมาดคนใดที่วิงวอนต่อกะอฺบะฮฺ หรือจินตนาการว่ามันคือวัตถุบูชา หรือคิดไปว่าพระเจ้าอาศัยอยู่ในนั้น สมมุติว่ากะอฺบะฮฺได้พังลงมาจน สถานที่นั้นกลายเป็นที่โล่งเตียน จุดตรงนั้นก็ยังเป็นกิบละฮฺ(ทิศ)ที่หันไปละหมาดอยู่ต่อไป เพราะ ปรัชญาของกิบละฮฺคือการกำหนดทิศ มิใช่การคิดว่ามันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิแต่ประการใด

[2] นักภูมิศาสตร์ชื่อดัง ชาวอิยิปต์ จบปริญญาเอกด้านธรณีวิทยา จากมหาวิทยาลัยเวลส์ ประเทศอังกฤษ มีผลงานวิชาการและได้รับรางวัลนานาชาติมากมาย

[3]ปรัชญาที่แท้จริงของกิบละ ฮฺไม่ได้อยู่ที่กะอฺบะฮฺ แต่อยู่ที่เอกภาพและความเป็นระเบียบในหมู่ประชาชาติอิสลามต่างหาก การใช้ทิศตะวันออกหรือตะวันตก เหนือหรือใต้นั้นเสี่ยงคล้ายคลึงกับลัทธิบูชาเทพย่อยๆจำนวนมาก อิสลามจึงปฏิเสธแนวคิดนี้ และใช้กิบละฮฺที่สามารถแสดงถึงเอกภาพของประชาชาติได้ พร้อมๆกับปฏิเสธแนวคิดชิริกไปในตัวมันเอง
-----------------------------------------------------------

จาก ymat.org เว็บไซต์ทางการของ

Young Muslim Association of Thailand (YMAT)

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจไม่ว้าวุ่น

อัสลามุอาลัยกุม
      สำหรับน้องๆว่าที่มัธยม 2 ในปีการศึกษา 2553 ที่ต้องเดินทางไปโครงการพัฒฯาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและอาหรับตลอดทั้งเดือนเมษายนนี้ อย่ามัวรอช้านะครับ รีบส่งเอกสารทั้งใบอนุญาตจากผู้ปกครองมาให้คอลีกิม พร้อมหนังสือเดินทางด้วย รวมทั้งค่าลงทะเบียนคนละ 5,000 บาท เพราะเดี๋ยวต้องส่งหลักฐานและประสานไปยังโรงเรียนดารุลอันวาร์ ที่โกตาบารู ก่อนวันเดินทางของพวกเรา พวกน้องๆจะเดินทางกันในเวลาช่วงเช้าของวันที่ 31 มีนาคม นี้ แต่น้องๆต้องมารวมตัวกันตั้งแต่วันที่ 30 แล้วนะครับ เพราะวันนี้มีทั้งกิจกรรมอำลา(มัจลิสวิดาอฺ)และยังมีงานแต่งของคอลายามีละห์ด้วย เอาเป็นว่าบริหารเวลากันให้ดีละกัน ว่าจะไปงานแต่งของคอลายามีละห์กันช่วงไหน ส่วนคอลี คอลา นั้นก็ไม่มีวันหยุดเลย เพราะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ยังงัยก็บริหารเวลาให้โอเคอยุ่เสมอนะครับ เข้าใจว่าทุกคนเหนื่อยกันมาทั้งเทอมแล้ว โรงเรียนเราเรียนเหมือนกับค่ายอบรมจริยธรรมระยะยาวเลยว่ามั้ย แต่ทุกคนก็มีความสุขในวันสุดท้ายเพราะน้องๆกลับบ้านกันหมด เลยหายเหนื่อยไปเลย แต่คิดดูไปดูมาแล้วเมื่อไม่มีเด็กๆก็เหงางะ เพราะบรรยากาศตลอดมานั้น เราเจอกันทุกวัน คุยกัน พบหน้ากันทุกวัน  แล้วจู่ๆภาพนี้ก็หายไปในพริบตา จนลืมนึกไปว่าอีกกว่าสองเดือนถึงเราจะได้เจอหน้ากันอีกครั้งนึง
      ยังงัยก็ฝากน้องๆกลับไปบ้านแล้วอย่าลืมอ่านอัล-กุรอาน ขยันละหมาดกันนะครับ และที่สำหรับอย่าทำให้พ่อแม่ปวดหัวกับเรื่องของเรา คิดสะว่าการอยู่ที่บ้านนั้น เราจะทำให้พ่อแม่ได้รับประโยชน์จากเราได้ยังงัยบ้าง ก็ด้วยการช่วยเหลือท่านงัยครับ เรื่อง่าย ๆ เช่นช่วยล้างจาน ซักเสื้อ กวาดขยะ ทุกวัน แคนี้พ่อแม่ก็ดีใจและประทับใจเราสุดซึ้งแล้วละครับ บอกรักท่านทั้งสองอยุ่เสมอ แล้วท่านจะมีความสุขกับปิดเทอมให.ญ่นี้นะครับ
    ครัยมีคอมเม้นอะรัยอยากจะบอกก็ส่งมาได้นะครับ และหากต้องการติดต่ออีเมล์ก็มีkalamullahschool@gmail.com 0898707154

ประกาศปิดภาคเรียนที่2/2552

ที่ กม.001/066
18 มีนาคม 2553
เรื่อง แจ้งวันปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2552
เรียน ผู้ปกครองนักเรียน...........................................................
ด้วยโครงการจัดตั้งโรงเรียนอัล-กุรอานและภาษากาลามุลลอฮฺ ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนประจำปีการศึกษา 2552 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอแจ้งกิจกรรมต่าง ๆ ให้ท่านทราบดังตารางข้างล่างนี้

22 มีนาคม - 16 พฤษภาคม 2553 ปิดภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2552
30 มีนาคม 2553 กิจกรรมอำลา (Majlis Wida’)
รายงานตัวนักเรียนเก่า
รับใบบันทึกผลการเรียนรู้ (ปพ.๖)
10 พฤษภาคม 2553 จำหน่ายหนังสือแบบเรียน ชุดนักเรียน และชุดพละ
ชำระค่าเล่าเรียนและค่าอาหาร ประจำงวดที่ 1
17 พฤษภาคม 2553 เปิดภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2553

ประการหนึ่ง ในวันจัดกิจกรรมอำลาโรงเรียนยินดีจัดรถรับส่งนักเรียนตามปกติ มีการเลี้ยงอาหารกลางวันและอาหารว่าง หากผู้ปกครองท่านใดมีความประสงค์จะนำนักเรียนไปเองกรุณาแจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือให้นักเรียนได้แต่งชุดนักเรียนด้วย
ในการนี้ โรงเรียนขอเรียนเชิญผู้ปกครองทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมอำลา ประจำปีการศึกษา 2552 ในวันดังกล่าวด้วย หากท่านเข้าร่วมกิจกรรมได้ กรุณาแจ้งให้โรงเรียนทราบด้วย ขอขอบคุณในความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

(ลงชื่อ)
(นายสุนทร ปิยะวสันต์)
ผู้อำนวยการ

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

feeling is not sam emotion


อัสลามุอาลัยกุมวะเราะมาตุลลอฮฺ วะบารอกาตุฮฺ

ทักทายกับพี่น้องอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก่อนอื่นต้องขอมาอัฟอย่างสุดซึ้งเลยที่ไม่ได้เข้ามาปรับปรุงบล๊อกนี้ จนดูจืดชืด(เหมือนเจ้าของที่ทำเลยรึป่าว) มาคราวนี้ผมมาแนวอาร์ทๆ......ว่าแต่จะเข้าใจมั้ยครับเนี้ย ถ้าผมเขียนอย่างนี้ละครับ art ก็อาร์ทที่แปลว่าศิลปะงัยละครับ โอเคหวัง่าทุกคนคงเข้าใจ ว่าแต่เอ..ทำไมผมถึงมาแนวอาร์ทละครับ ก็เพราะผมนั้นอยากให้ทุกคนมองดูตนเอง แล้วประเมินไปพร้อมๆกับตัวผมไปด้วยว่า ตัวเราเนี้ยมันมีสิ่งที่เรียกว่า feeling or emotion มากกว่ากัน หรือ แต่ละคนเนี้ยจะมีความรู้สึกหรืออารมณ์มากกว่ากัน

สังเกตมั้ยละครับเวลาแสดงอากับกริยาอะไรออกมาในแต่ละครั้งนั้น สิ่งที่กระตุ้นเส้นประสาทเราก็คือสิ่งเร้า ไม่ว่าจะเป็นทั้งภายในหมายถึงตังเราเอง หรือภายนอกหมายถึงสภาพแวดล้อมรอบกายเรา ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ก็ล้วนมีส่วนในกระกำหนดอากับกริยาของเราทั้งสิ้น คำถามอยู่ตรงที่ว่าสิ่งนั้นมันคือความรู้สึกหรืออารมณ์ บางคนแยกไม่ออกใช่มั้ยครับว่าความรู้สึกกับอารมณ์นั้นมันต่างกันยังงัย และเหมือนกันยังงัย ก่อนหน้าผมเองก็แทบไม่เคยคิดที่จะเอามาตรึกตรอง เพราะรู้สึกว่ามันไม่สำคัญและเพราะคิดว่ามันก็คืออันเดียวกัน แต่........พอผมได้คุยกับเพื่อนคนนึงซึ่งเรียนเกี่ยวกับศิลป์จบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ผมก็เริ่มเข้าใจและเชื่อว่ามันมีประโยชน์ในการควบคุมอะไรในตัวเราได้ดียิ่งขึ้น อย่างน้อยเราก็สามารถเข้าใจได้ว่า แต่ละครั้งที่เราแสดงอาการออกมานั้นมันคือ อารมณ์หรือความรู้สึก ซึ่งเพื่อนผมเขาอธิบายไว้งี้นะ

คำว่าความรู้สึกนั้นหรือfeelingมันเป็นอะไรที่บริสุทธิ์ จริงมั้ย? มันเป็นสิ่งที่ไม่ได้แต่งเติมจากสิ่งอื่นๆ มันถ่ายถอดจากจิตใต้สำนึกที่อยู่ก้นบึ้งของหัวใจ มันเหมือนมีพลัง เหมือนเด็กเล็กๆที่ส่วนใหญ่จะมี feeling มากกว่า emotion ส่วนคำว่าอารมณ์นั้นหรือemotionมันเป็นอะไรที่หยาบๆ คือเป็นสิ่งที่ถูกรบกวนหรือการปะทะหรือถูกแต่งเติมจากสิ่งอื่นๆ มันไม่ได้ถ่ายทอดจากจิตใต้สำนึก เหมือนผู้ใหญ่ที่มักจะมีemotionมากกว่าfeeling ว่ามั้ย

แต่สุดท้ายแล้วก็สุดแล้วแต่ ว่าแต่ละคนนั้นจะประเมินตนเองได้มั้ยว่าตนเองนั้นมีอารมณืหรือความรู้สึกมากกว่ากัน หรือมีทั้งอารมณ์ฝงอยู่กับความรู้สึกซึ่งแยกไม่ออกเลย แต่ยังงัยซะ ประโยชน์ของมัก็คือช่วยให้เรามีสมาธิมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ลองทำดูนะครับ วัสลาม

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

flood at kalamullah

สภาพถนนสายบางปู-ยามูบริเวณหน้าโรงเรียน
เก็บตกมุมสวยๆบริเวณโรงเรียน

ห้องชั้นอนุบาลหนึ่ง ก่อนที่น้ำจะไหลเข้าท่วมในเวลาต่อมา มุคลิสและเพื่อนๆกำลังวาดภาพระบายสีในชั่วโมงหลังจากเรียนกีรออาตีเสร็จ
ฝนหยุดตก ระดับน้ำคงที่และเป็นวันที่สองที่ทางโรงเรียนประกาศหยุดเรียน


ระดับน้ำสูงขึ้นเรืื่อยๆ และเริ่มเข้าท่วมภายใยอาคารเรียนชั่วคราว

น้ำกำลังไหลเข้าท่วมมายังชั้นป.หนึ่ง ซึ่งเป็นห้องที่อยู๋ถัดจากห้องอนุบาล

บริเวณหน้าโรงเรียน ป้ายคัตเอ้าต์โรงเรียน บริเวณนี้คือสถานที่จอดรถ
บริเวณภายในอาคารเรียนชั่วคราว บริเวณที่ยืนถ่ายคือหน้าห้องชั้นอนุบาลสอง

นี่เป็นบริเวณหน้าอาคารเรียนสองชั้น ซึ่งเป็นอาคารถาวรในอนาคต

อัสลามุอาลัยกุมวะเราะมาตุลลอฮฺ วาบารอกาตุฮฺ



เมื่อประมาณช่วงหน้าฝนของปีที่แล้ว(2551) ประมาณช่วงเดือนตุลา-ธันวา ในขณะที่วันนั้นคือวันจันทร์โรงเรียนเริ่มเปิดเรียนเป็นวันแรกของสัปดาห์ วันนั้นฝนตกหนักมาก อันที่จริงในช่วงสองวันก่อนหน้านั้นก็มีฝนตกมาแล้ว แต่ตกอย่างมีทีท่าว่าไม่ลืมหูลืมตา เช้าวันจันทร์น้องๆที่ทางไปรับจากสายบุรี ก็ทยอยเข้าห้องเรียนโดยที่วันนั้นก้จัดกิจกรรมปกติคือเริ่มทำกิจกรรมการเรียนการสอนตั้งแต่แปดโมงเช้า เด็กๆก็ล้อมวงทำฮาลาเกาะฮฺอัล-กุรอานเพื่อเรียนกีรออาตีในชั่วโมงแรก ในขณะที่ฝนก็กำลังตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย ช่วงหลังจากที่เรียนกีรอาาตีเสร็จคือช่วงที่น้ำฝนเริ่มทะลักเข้ามาในบริเวณห้องเรียนของชั้นอนุบาลหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องที่พื้นต่ำกว่าห้องอื่น ครูซอลีฮะก็ย้ายเด็กมาเรียนในห้องชั้นอนุบาลสองซึึ่งครูซูไซนีย์เป็นครูในชั้นนั้น ในขณะที่ห้องเรียนอื่นๆก็ยังคงเรียนตามปกติ เวลาเริ่มผ่านไปนานสักพักหนึ่ง ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกสักที ในขณะที่น้ำฝนก็เริ่มไหลบ่าเข้าท่วมชั้นอนุบาลสองและสามในเวลาต่อมา เวลาก็ใกล้เข้าเวลาเที่ยงพอดี บรรดาครูทั้งหลายก็ช่วยกันเกณฑ์เด็กนักเรียนชั้นอนุบาลและชั้นป.หนึ่ง มาทานข้าวมื้อเที่ยงโดยใช้พื้นที่ของห้องป.หนึ่งซึ่งน้ำยังไม่ท่วมถึง นึกภาพบรรยากาศในช่วงนั้น มันเป็นความรู้สึกของความอบอุ่นและความประทับ ในขณะที่แววตาของแต่ละคนต่างทอดสายตาไปยังห้องเรียนชั้นอนุบาลที่น้ำเข้าท่วมเต็มห้อง อาเยาะเซ็งและคอลีๆทั้งหลายก็เข้าไปยกเก้าอี้โต๊ะ และภาชนะต่างๆให้พ้นจากน้ำ ในช่วงเที่ยงหลังจากที่เด็กรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยฝนที่มีทีท่าว่าจะไม่หยุดตกสักที และน้ำเริ่มไหลบ่าเข้าท่วมมายังห้องป.หนึ่งซึ่งเป็นห้องสุดท้าย อาเยาะดิงเห็นทีท่าว่าวันนี้คงจะทำอะรัยไม่ได้ เลยประชุมครูทุกคนและประกาศให้วันนั้นยุติการเรียนและให้เด็กนักเรียนทุกคนกลับบ้านได้ รวมทั้งประกาศปิดในช่วงหนึ่งสัปดาห์ เพราะตอนนี้นั้นน้ำได้ทะลักเข้าท่วมมายังทุกห้องรวมทั้งห้องธุรการด้วย ทุกคนต่างทุลักทุเลช่วยกันยกของใช้สักนักงานและของใช้ห้องอนุบาลเพื่อยกใปไว้ในที่สูงจากน้ำ ทุกคนในวันนั้นไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม และวันนี้นี่เองที่ไม่มีใครลืมเหตุการณ์ของวันนี้ไปได้เลย และผมเองก็ยังคงจำเหตุการณ์ครั้งนี้ได้ดีเลยที่เดียว จนสามารถเล่าให้ทุกคนได้รับรู้ในวันนี้ และถือว่าเหตุการณ์ในวันนี้คือประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งที่ควรจดจำ และได้มีการบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึกให้ผู้ที่มาเยือนได้สัมผัสและรับรู็ถึงเหตุการณ์ในวันนั้น

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552


assalamu alaikumยินดีต้อนรับท่านผู้มาเยี่ยมชมบล็อกของเรา ก็อย่างที่เห็นแหละครับว่าบล็อกนี้เพิ่งคลอดมาเพียงไม่กี่วันเอง และจุดประสงค์สำคัญที่สร้างบล็อกนี้ขึ้นมาก็เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดต่อและฟังคำติชมจากทุกท่าน รวมถึงผู้ปกครองนักเรียน และที่สำคัญหากมีข้อคำถามเกี่ยวกับทางโรงเรียนอัล-กุรอานและภาษากาลามุลลอฮฺแลัวละก็ เชื่อว่านอกจากเหนือจากการโรศัพท์สอบถาม เราก็ยังสามารถใช้บล็อกนี้ในการตอบคำถามที่ยังคาใจได้เช่นเดียวกันครับโรงเรียนอัล-กุรอานและภาษากาลามุลลอฮฺขอกล่าวอวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ของอิสลาม ปี ฮ.ศ.1431 วันนี้เป็นวันที่ 3 มูฮัรรอมแล้วนะครับ เพราะบางท่านอาจลืมวันที่ในปฏิทินอิสลามไปแล้วจนไม่ทราบว่าวันเดือนปีของปฏิทินอิสลามนั้นเป็นวันไหนแล้ว แต่ไม่เป็นไรครับเชื่อว่าหลังจากนี้ทุกท่านคงจะให้ความสำคัญกับปฏิทินอิสลามมากขึ้นกว่าเดิม และเนื่องในวันขึ้นปีใหม่อิสลามนี้ ทางโรงเรียนขอกล่าวว่า kullu amm wa antum bi khair ขอให้ความสุขตลอดปี ฮ.ศ.1431 และขอให้สมปรารถนาในสิ่งที่ได้ขอดุอาไว้ เชื่อว่าพระองค์อัลลอฮฺจะทรงประทานความสุขความบารอกัตในชีวิตแก่ทุกๆท่าน บางท่านที่ตั้งใจอยากจะพัฒนาตนเองเป็นคนที่ดีว่าปีที่ผ่านมา ก็ขอให้สู้นะครับ เพราะแน่นอนว่าอุปสรรคต้องเกิดขึ้นกับผู้ที่ตั้งใจทำความดีอยู่เสมอ หนทางข้างหน้าสิครับคือรางวัลอันยิ่งใหญ่ ส่วนใครที่ยังหลับไหลอยู่ในห้วงเวลาแห่งโลกีก็ดุอาให้อัลลอฮฺทรงเปิดประตูให้หัวใจของเขานั้นเปียกชุ่มไปด้วยน้ำมนต์แห่งดุอาอฺ และต่อสู้กับกิเลสให้จงได้ด้วยนะครับน้องๆทุกคนที่กำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนอัล-กุรอานและภาษากาลามุลลอฮฺ ผู้ซึ่งเป็นความหวังของคุณพ่อคุณแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของคุณครูทุกคน ปี ฮ.ศ.1431นี้ ขอให้ตั้งใจเรียนให้มากๆ โดยเฉพาะรุ้นพี่มัธยม1/1 ขอให้ตั้งใจเรียน และเอาเวลาส่วนใหญ่เอาจริงเอาจังกันหน่อยนะครับ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นที่รักยิ่งของคุณครู อาจจะมีดื้อ มีก้าวร้าวบ้าง แต่ภาพเหล่านั้นจะหายไปในไม่ช้าเมื่อความขยัน ความหมั่นเพียร เข้ามาแทนที่ ทางโรงเรียนก็ขอให้กำลังใจให้แก่ทุกคนนะครับ
คอลา คอลี อาเยาะๆ แตเตาะ ทั้งหลายที่ทุ่มเทกับงานมาตลอดระยะเวลาโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อ มาวันนี้ท่านได้เห็นเบื้องหน้าแห่งความสำเร็จของลูกศิษย์ที่สามารถเป็นผู้นำในสังคม ขอเป็นกำลังใจให้ต่อสู้ต่อไปนะครับ และตั้งเจตนารมณ์ไว้ว่า ฉันทำงานเพื่ออิสลาม แม้จะเหน็ดเหนื่อย เหนื่อยหน่ายเพียงใดก็ตาม แม้จะท้อแท้บ้างในบางครั้ง แม้จะหงุดหงิดบ้างในบางกรณี แต่นั่นคือสีสัน คือชีวิตจริงที่ไม่ได้ปรุงแต่งแต่อย่างใด
สุดท้ายนี้โรงเรียนจะขอทำหน้าที่ของการเป็นตำราเล่มใหญ่ที่รอคอยผู้ที่จะมาอ่านและนำความรู้เล็กๆน้อยๆไปใช้ในชีวิตต่อไป เพราะความหวังของสังคมมุสลิมคือความหวังของประชาชาติ และอยากเห็นมุสลิมเป็นครูของคนทั่วโลก อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในยุคสมัยหนึ่ง ameeen ya rabbal aaalameeen.
wasalamu alaikum wa rahmatullah wa barakatuh.